Cost Control On Alibaba Cloud: Getting More For Your Dollar (Part 1)

  • by

[Alibaba Cloud Thailand] วิธีการควบคุมค่าใช้จ่ายบน Alibaba Cloud: การใช้เงินอย่างคุ้มค่า(Part 1)

By Saris Kongpichetkul, Presales Engineer of ATCETERA CORPORATION LIMITED and partner of Alibaba Cloud Thailand

เคยสงสัยหรือไม่ว่าเราจะทำอย่างไรจึงจะได้รับประโยชน์สูงสุดจาก Alibaba Cloud โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะหรือควบคุม budget ไม่ได้ เรามาดูกันเลย!

การควบคุมค่าใช้จ่าย: เริ่มจาก ECS

  • เราจะเน้นที่ Elastic Compute Service (ECS) เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ของ Alibaba Cloud ใช้งาน Service นี้เป็นอันดับแรกๆ โดยพื้นฐานแล้วค่าใช้จ่าย ECS สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
    1. Computing (CPU & RAM)
    2. Storage (Cloud Disk)
    3. Networking (Public Internet Traffic)

    โดยทั่วไป มีสองวิธีในการประหยัดเงินใน ECS:
    1. เลือกแผนการชำระเงินที่เหมาะสม
    2. เลือกฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสม
    จากสองสิ่งนี้ ผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดมาจากการเลือกแผนการชำระเงินที่เหมาะสม ดังนั้นเราจะเน้นที่เรื่องนั้นก่อน

การเลือกแผนการชำระเงินที่เหมาะสม (Computing)

จากมุมมองการเรียกเก็บเงินของอินสแตนซ์ ECS มี 4 ประเภท:

  1. Subscription Instances
  2. Reserved Instances (RIs)
  3. Pay-As-You-Go (PAYG) Instances
  4. Preemptible Instances

เพื่อให้การเปรียบเทียบราคาระหว่าง 4 ประเภทง่ายขึ้น เราจะเปรียบเทียบราคาสำหรับอินสแตนซ์ g6.large ในภูมิภาคสิงคโปร์ของ Alibaba Cloud
Tip: หากเราสามารถเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่เราปรับใช้อินสแตนซ์ ECS ของเราได้ เราจะสามารถประหยัดเงินได้โดยการเลือกภูมิภาคที่ต้นทุนอินสแตนซ์ ECS ถูกกว่า

1.Subscription:
การจ่ายราคาคงที่สำหรับปริมาณงานที่คงที่ จ่ายเงินล่วงหน้าจำนวนคงที่เพื่อจองอินสแตนซ์ ECS ในระยะเวลาหนึ่ง Subscription จะเชื่อมโยงกับ ECS อย่างถาวร ดังนั้นต้องใช้เวลาตรวจสอบการตั้งค่าอินสแตนซ์ ECS ของเราอย่างรอบคอบก่อนที่จะทำการซื้อ
Subscription มีสองประเภท: รายเดือนและรายปี Subscription รายปีมักจะถูกกว่า Subscription รายเดือน ดูที่ g6.large ในภูมิภาคสิงคโปร์ที่มีดิสก์ระบบ 40 GB ราคาของเราคือ:

Monthly subscription: 59.70 USD

Yearly subscription: 608.94 USD

หากเราต้องซื้อ Monthly subscription ทุกเดือนเป็นเวลาหนึ่งปี ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 716.40 USD ดังนั้นเราจึงเห็นว่า Yearly subscription รายปีถูกกว่าประมาณ 15% โดยทั่วไป การสมัครสมาชิกระยะยาวจะมีราคาถูกกว่าบน Alibaba Cloud

แล้วเราควรเลือก subscription ตอนไหน?
อินสแตนซ์ subscription เหมาะอย่างยิ่งสำหรับปริมาณงานที่คาดการณ์ได้และสม่ำเสมอ ระบบที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันและมีภาระงานที่คาดเดาได้ค่อนข้างเหมาะสมสำหรับโหมดการเรียกเก็บเงินนี้ ซึ่งรวมถึงสิ่งต่างๆ เช่น
Bastion hosts
Firewalls
Authentication Services (Active Directory, Kerberos)
Corporate applications (เนื่องจากมีกลุ่มผู้ใช้ขนาดคงที่พร้อมรูปแบบการใช้งานที่คาดการณ์ได้)

ข้อเสียของรูปแบบการสมัครสมาชิก
เนื่องจาก subscription เชื่อมโยงกับ ECS ดังนั้นเราจึงไม่สามารถลบ อินสแตนซ์ ECS subscription ได้ หากเราต้องการย้ายภาระงานของเราไปยังภูมิภาคหรือโซนอื่น เราจะต้องขอเงินคืนผ่านทีมสนับสนุน หากเราต้องการความยืดหยุ่นในการย้ายอินสแตนซ์ ECS ของเราไปยังภูมิภาคหรือโซนอื่น หรือเปลี่ยนประเภทอินสแตนซ์ ให้เลือกอินสแตนซ์แบบ Reserved Instances หรือ Pay-As-You-Go แทน

2.Reserved Instances (RI): A Good Middle Ground
โดยพื้นฐานแล้วอินสแตนซ์แบบจอง (RI) จะเป็นส่วนลดที่คุณสามารถใช้กับอินสแตนซ์ ECS แบบจ่ายตามการใช้งานได้ RI เปรียบเสมือน “ตั๋ว” ที่ให้สิทธิ์คุณใช้อินสแตนซ์ ECS บางประเภทในภูมิภาคหรือโซนเฉพาะ ไม่เหมือนกับ Subscription อินสแตนซ์แบบจอง (RI) ไม่ได้ผูกกับอินสแตนซ์ ECS สมมติว่าคุณซื้ออินสแตนซ์แบบจอง (RI) g6.large การดำเนินการนี้ไม่ได้สร้างเครื่องเสมือน ECS ใดๆ แต่เราจะได้รับส่วนลดในครั้งถัดไปที่สร้างอินสแตนซ์ ECS แบบ Pay-As-You-Go g6.large ขึ้น กรณีนี้จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติหลังการมีการสร้างอินสแตนซ์ ECS แบบ Pay-As-You-Go
เนื่องจาก RI เป็นระบบการจ่ายเงินที่ค่อนข้างซับซ้อน เราอาจต้องอ่านบทความนี้เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นของ RI ก่อนดำเนินการต่อ

RI มีสามประเภท:
1. All Upfront จ่ายล่วงหน้าทั้งหมด: เช่นเดียวกับ Subscription คุณต้องชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดของ RI ทั้งหมดในครั้งเดียว
2. Partial Upfront จ่ายล่วงหน้าบางส่วน: คุณจ่าย 50% ของค่าใช้จ่ายของ RI ล่วงหน้า จากนั้นจ่ายอีก 50% โดยใช้ราคาแบบ Pay-As-You-Go (อัตราที่ต่ำกว่า Pay-As-You-Go)
3. No Upfront ไม่มีจ่ายล่วงหน้า: เหมือนกับ Pay-As-You-Go แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีอัตรารายชั่วโมงที่ต่ำกว่า Pay-As-You-Go มาตรฐาน (No Upfront ไม่ได้มีทุกโซนทุกภูมิภาค)
นอกจากนี้ยังมี Zonal RI ที่ใช้กับโซนเฉพาะภายในภูมิภาคที่กำหนด และ RI ระดับภูมิภาคที่คุณสามารถใช้ได้ภายในโซนใดก็ได้ในภูมิภาคเดียว ราคาสำหรับ RI ระดับโซนและระดับภูมิภาคจะเท่ากัน

Noted: ใน Console ECS เราอาจเห็นเงื่อนไขที่สับสนว่า Reserved and Not Reserved แทนที่จะเป็น Zonal และ Regional ใน Console ECS Reserved = Zonal และ Not Reserved = Regional
เราสามารถเปลี่ยนแปลงระหว่าง Zonal และ RI ระดับภูมิภาคได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ดังนั้นไม่ต้องห่วงถ้าเรามีการซื้อผิดประเภท

แล้ว RI ระดับโซนและระดับภูมิภาคต่างกันอย่างไร?
Zonal RI นั้นจำกัดเฉพาะอินสแตนซ์บางประเภทและบางโซนเท่านั้น ดังนั้น RI สำหรับ g6.xlarge ในสิงคโปร์ Zone C จึงสามารถใช้ได้เฉพาะกับอินสแตนซ์ g6.xlarge ที่เปิดตัวใน Singapore Zone C เท่านั้น แต่ไม่สามารถใช้ได้ใน Zone A หรือ Zone B ข้อดีของ Zonal RI คือ Alibaba Cloud จะสำรองความจุไว้ให้ ซึ่งหมายความว่าเราจะสามารถเปิดใช้อินสแตนซ์ที่ตรงกับ RI นี้ได้เสมอ โดยไม่คำนึงถึงความต้องการสำหรับประเภทอินสแตนซ์นี้จากผู้ใช้ระบบคลาวด์รายอื่นในสิงคโปร์โซน C

ในทางกลับกัน RI ระดับภูมิภาคจะอนุญาตให้เราเปิดใช้อินสแตนซ์ในโซนใดก็ได้ภายในภูมิภาค นอกจากนี้ RI ระดับภูมิภาคสามารถจับคู่อินสแตนซ์ได้หลายประเภทภายในกลุ่มอินสแตนซ์เดียว ซึ่งหมายความว่า RI g6.xlarge สำหรับสิงคโปร์สามารถใช้กับอินสแตนซ์ ECS g6.large สองอินสแตนซ์แทน เนื่องจาก CPU และหน่วยความจำที่ใช้โดยอินสแตนซ์ g6.large สองอินสแตนซ์จะเทียบเท่ากับ g6.xlarge หนึ่งรายการ ไม่เหมือนกับ Zonal RI ที่ RI ระดับภูมิภาคไม่ได้สำรองความจุให้เรา ซึ่งหมายความว่าในช่วงที่มีความต้องการใช้สูงสุด เราอาจไม่สามารถเปิดใช้อินสแตนซ์ Pay-As-You-Go ที่ตรงกับ RI ของเราได้

โดยทั่วไป หากคุณไม่แน่ใจว่าจะเลือกประเภทใด ให้เลือก RI ระดับภูมิภาค

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ RI
RI สามารถแยกและรวมเข้าด้วยกันได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราซื้อ RI สำหรับ g6.xlarge gikสามารถแบ่ง RI เดียวนั้นเป็น RI g6.large สองตัวได้ สิ่งนี้ทำให้เรามีความยืดหยุ่นมากขึ้นในประเภทและจำนวนของอินสแตนซ์ ECS ที่เราสามารถเปิดใช้ได้

อินสแตนซ์แบบจองมีเงื่อนไข 1 ปีและ 3 ปี สำหรับเงื่อนไขที่ยาวขึ้น คุณอาจได้รับส่วนลดที่สูงกว่าข้อเสนอประเภท Subscription

ข้อดีของการเลือก RI
ทำสัญญาได้นานกว่า Subscription 1 ปี
มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการลบ สร้าง และย้ายอินสแตนซ์
เราสามารถนำส่วนลดไปใช้กับหลายอินสแตนซ์ภายในกลุ่มอินสแตนซ์

ข้อเสียของการเลือก RI
RI ไม่ยืดหยุ่นเท่า Pay-As-You-Go: RI ใช้กับกลุ่มตัวอย่างและภูมิภาคเฉพาะ และไม่สามารถย้ายระหว่างภูมิภาคได้

3.Pay-As-You-Go (PAYG): Maximum Flexibility
Pay-As-You-Go จะถูกเรียกเก็บเงินต่อชั่วโมง ทุกสิ้นเดือน การใช้งานของเราจะถูกคำนวณและเราจะต้องชำระค่าบริการรายเดือน
Pay-As-You-Go เป็นประเภทอินสแตนซ์ ECS ที่ยืดหยุ่นที่สุดที่มีให้: เราสามารถลบได้ตลอดเวลา และสามารถสร้างและลบอินสแตนซ์ ECS ได้อย่างอิสระในทุกภูมิภาคโดยใช้รูปแบบการชำระเงินแบบ Pay-As-You-Go อย่างไรก็ตาม ความยืดหยุ่นนี้มีค่าใช้จ่าย: อินสแตนซ์ Pay-As-You-Go มีราคาแพงกว่าอินสแตนซ์ Subscription หรือ RI

ข้อดีของการเลือก Pay-As-You-Go
Pay-A-You-Go เหมาะสำหรับปริมาณงานที่ผันผวนเช่นการโฮสต์เกม การสตรีมวิดีโอ ซึ่งความสามารถในการขยายและลดขนาดความจุโดยอัตโนมัติเป็นสิ่งสำคัญ ความสามารถในลบอินสแตนซ์ Pay-As-You-Go ได้ทุกเมื่อ สามารถช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินมากเกินไปเนื่องจากการจัดสรรส่วนเกิน (ซื้ออินสแตนซ์ ECS มากกว่าที่คุณต้องการ)

ข้อเสียของการเลือก Pay-As-You-Go
ค่าใช้จ่ายเป็นข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดสำหรับ Pay-As-You-Go (PAYG)
PAYG มีราคาแพงกว่า RI หรือ Subscription อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Pay-As-You-Go ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มตัวอย่างหรือภูมิภาคโดยเฉพาะ จึงเป็นประเภทการเรียกเก็บเงินที่ยืดหยุ่นที่สุด

4.Preemptible Instances: ประหยัดเงินในงานระยะสั้น
Preemptible instances นั้นเป็นอินสแตนซ์ประเภทพิเศษแบบจ่ายตามการใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ อาจมีราคาถูกกว่า Pay-As-You-Go แบบเดิม 30-50% แต่ราคาจะผันผวนตลอดทั้งวันและขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน (Demand-Supply)
Preemptible instances มองว่าเป็นการประมูลอินสแตนซ์ของ Alibaba Cloud ที่ไม่ได้เปิดให้ใช้ปกติ: เราประมูลเครื่องเสมือน ECS เป็น Preemptible instances ในราคาที่ต่ำกว่าราคาอินสแตนซ์แบบ Pay-As-You-Go (PAYG)

แล้วเราจะใช้งาน Preemptible Instances อย่างไร?
เราจะต้องประมูลโดยการเสนอราคาสำหรับอินสแตนซ์ที่เราต้องการ หากราคาที่เราเสนอสูงกว่า (หรือเท่ากับ) ราคาตลาดปัจจุบันสำหรับอินสแตนซ์ที่เราเลือก เราจะสามารถทำการจ่ายแบบ Preemptible Instances ได้
เมื่อสร้างแล้ว อินสแตนซ์แล้วจะมีระยะเวลาการใช้งาน 1 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่าอินสแตนซ์จะทำงานเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในราคาตลาด
หลังจากสิ้นสุดระยะเวลา 1 ชั่วโมง ระบบจะตรวจสอบราคาตลาดปัจจุบันเทียบกับราคาที่เสนอซื้อของเราทุก ๆ ห้านาที หากราคาเสนอซื้อของเราต่ำกว่าราคาตลาด อินสแตนซ์ ECS ของเราจะถูกปิด
Note: เราสามารถใช้การเสนอราคาอัตโนมัติได้หากต้องการให้ Preemptible instances ทำงานต่อไปได้ ซึ่งจะจับคู่ราคาเสนอของเรากับราคาตลาดโดยอัตโนมัติ ข้อดีคือ Preemptible instances ของเราจะยังคงทำงานต่อไปแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงราคา แต่เราอาจต้องจ่ายเงินสำหรับอินสแตนซ์ ECS มากกว่าราคาเสนอเริ่มต้นของเรา

ข้อดีของการเลือก Preemptible instances
Preemptible instances เหมาะสำหรับงานที่ถูกขัดจังหวะได้ เช่น:
การประมวลผลบันทึกและการทำดัชนี
การบีบอัดวิดีโอ
การแปลงรูปแบบไฟล์
หรืองานอื่นที่ไม่คำนึงถึงเวลาและสามารถถูกขัดจังหวะและเริ่มต้นใหม่ได้โดยมีผลกระทบน้อยที่สุด

ข้อเสียของการเลือก Preemptible instances
Preemptible instances สามารถเรียกคืนได้โดย Alibaba Cloud หากราคารายชั่วโมงมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ไม่เหมาะกับงานที่ต้องใช้เวลานาน

เรามาดูตัวอย่างการคำนวณราคา g6.large ในสิงค์โปรกันโดยคำนวณตามวิธีข้างบน

จากตาราง ดูเหมือนว่า Preemptible Instance นั้นมีราคาถูกที่สุด แต่อย่าลืมว่าราคา Preemptible Instance นั้นผันผวนตลอดเวลา ในความเป็นจริง Preemptible Instance ที่ทำงานในระยะเวลานานอาจมีค่าใช้จ่ายระหว่าง PAYG และ Subscription และมีแนวโน้มว่าจะถูกปิดเป็นระยะๆ (เมื่อราคาเสนอของคุณต่ำกว่าราคาตลาด)

เรามาสรุปกันเถอะ!

สำหรับการโหลดที่เสถียรในระยะเวลานาน (1 ถึง 3 ปี) ควรเลือก Reserved instances (RI)
สำหรับการโหลดที่เสถียรไม่เกิน 1 ปี ให้เลือก Subscription
สำหรับปริมาณงานแบบกลุ่มที่ขัดจังหวะได้ ควรใช้  Preemptible Instance
สำหรับการพัฒนา การทดสอบ และการปรับขนาดอัตโนมัติ ควรใช้ Pay-As-You-Go
และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมมิกซ์แอนด์แมทช์กัน! หากเรามีแอปพลิเคชันที่ปกติแล้วจะมีโหลดที่ค่อนข้างคงที่ (เช่น ผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่ 5,000 – 10,000 ราย) แต่บางครั้งมีผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่ 20,000 หรือ 30,000 ราย เราสามารถเรียกใช้ RI + PAYG หรือ Subscription + PAYG ผสมกันเพื่อการประหยัดที่ดีขึ้น ใช้ RI หรือ Subscription เพื่อจัดการกับการโหลดที่สม่ำเสมอ และ PAYG เพื่อปรับขนาดเข้าและออกเพื่อจัดการกับโหลดสูงสุด ยืดหยุ่นได้!

ราคาของพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage Pricing)
จนถึงตอนนี้ เราได้พูดถึงแต่เรื่องราคาหน่วยประมวลผล (Computing) เท่านั้น แล้วการจัดเก็บล่ะ
ราคาพื้นที่จัดเก็บจะเชื่อมโยงกับราคาอินสแตนซ์ ECS: Subscription จะชำระค่า Cloud Disk เป็นรายเดือนหรือรายปี Pay-As-You-Go ชำระค่าพื้นที่จัดเก็บเป็นรายชั่วโมง

เราจะประหยัดเงินในการจัดเก็บบนคลาวด์ดิสก์หลายตัวได้อย่างไร พื้นที่จัดเก็บประเภทอื่นๆ เช่น OSS Buckets, NAS หรือ ECS Disk Snapshots เป็นอย่างไร นั่นคือที่มาของ SCU (Storage Capacity Unit)

SCU เป็นเหมือน RI สำหรับการจัดเก็บ: สามารถใช้เพื่อลดต้นทุนสำหรับผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลแบบ Pay-As-You-Go ยกตัวอย่างเช่น:
1. Alibaba Cloud NAS (ยกเว้น “Extreme NAS” หรือ “Infrequent Access NAS”)
2. Bucket ของ Alibaba Cloud OSS (รองรับประเภทพื้นที่จัดเก็บแบบ Standard, Infrequent Access และ Archive)
3. Alibaba Cloud ECS Disk (Enhanced SSD, SSD มาตรฐาน, Ultra Disks และ Basic Disks แต่ไม่ใช่ Local disk ชั่วคราว
4. ECS disk snapshot (ยกเว้น Local disk ชั่วคราว)

เนื่องจาก SCU ไม่ขึ้นอยู่กับดิสก์ที่ใช้จริงของเรา เราจึงสร้าง ทำลาย และปรับขนาดดิสก์ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยน SCU หากเราใช้ดิสก์เกินขนาด (เป็น GB) ของ SCU พื้นที่เก็บข้อมูลที่เกิน SCU จะถูกเรียกเก็บในอัตรา Pay-As-You-Go ปกติ
นอกจากนี้ยังสามารถซ้อน SCU ได้ ซึ่งหมายถึงการซื้อ SCU หลายตัวที่ใช้ในช่วงเวลาเดียวกัน ดังนั้นเราจึงสามารถซื้อเพิ่มได้เรื่อยๆหากเราต้องใช้งานดิสก์เกินความจุของ SCU เดิม

ข้อจำกัดคืออะไร?
SCU แต่ละรายการที่เราซื้อจะมีผลกับภูมิภาคหนึ่งๆ สามารถจ่ายเพิ่มลดเป็น Pay-As-You-Go สำหรับ NAS, OSS, Cloud Disk และการใช้ Disk Snapshot ในภูมิภาคนั้น แต่ไม่สามารถเพิ่มลดราคา Disk แบบ Subscription ได้
นอกจากนี้ยังไม่สามารถใช้ SCU เพื่อเพิ่มลดราคาของดิสก์ที่สร้างขึ้นเมื่อเราจ่ายแบบ Preemptible Instance

SCU จะช่วยเราประหยัดได้มากเท่าไหร่?
เราสามารถซื้อ SCU ที่มีขนาดแตกต่างกันระหว่าง 20 GB ถึง 50 TB
สมมติว่าเรามี Pay-As-You-Go 100 Disk ในภูมิภาคสิงคโปร์ โดยแต่ละvDisk มีขนาด 100 GB การใช้ Disk ทั้งหมดของคุณคือ 100 x 100 = 10,000 GB (นี่คือประมาณ 9.7 TB แต่ลองปัดขึ้นเป็น 10 TB เพื่อให้การคำนวณง่ายขึ้น)

ค่าใช้จ่ายต่อดิสก์แบบ Pay-As-You-Go จะเท่ากับ 0.10 USD / ชั่วโมง สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด 10 USD / ชั่วโมงสำหรับดิสก์ทั้งหมด 100 ตัว
ค่าใช้จ่ายแบบ Pay-as you-go หนึ่งเดือน: 7,200.00 USD ค่าใช้จ่าย SCU หนึ่งเดือน (10 TB): 3,686.40 USD
ค่าใช้จ่ายแบบ Pay-as you-go หนึ่งปี: 86,400.00 USD ค่าใช้จ่าย SCU หนึ่งปี (10 TB): 37,601.28 USD
ค่าใช้จ่ายแบบ Pay-as you-go สามปี: 259,200.00 USD ค่าใช้จ่าย SCU สามปี: 66,355.20 USD

SCU ถูกกว่าเท่าไรเมื่อเทียบกับ Pay-As-You-Go ทั่วไป?
ประหยัดหนึ่งเดือน: ถูกกว่า 48.8%
ประหยัดหนึ่งปี: ถูกกว่า 56.4%
ออมทรัพย์สามปี: ถูกกว่า 74.4%
ดูรายละเอียด SCU Pricing Page เพิ่มเติมได้เลย

เราควรใช้ SCU ตอนไหนดี?
1. เมื่อเราปรับขนาดความจุเข้าหรือออกโดยใช้ Pay-As-You-Go และต้องการลดต้นทุนพื้นที่จัดเก็บโดยเฉลี่ยของเรา
2. เมื่อเราใช้งานของ ECS Snapshots, OSS และ/หรือ NAS และต้องการลดต้นทุนการจัดเก็บข้อมูลสำหรับบริการเหล่านี้
3. เมื่อเราสร้าง ทำลาย หรือปรับขนาดดิสก์บ่อยครั้ง แต่ไม่ต้องการจ่ายราคาเต็มตามการใช้งานจริงสำหรับทรัพยากรเหล่านี้

ราคาการรับส่งข้อมูล (Network Pricing)
Alibaba Cloud เรียกเก็บเงินสำหรับการรับส่งข้อมูลเครือข่ายสาธารณะ (IPv4) ในสองวิธี:
1. Pay-By-Bandwidth (คิดค่าบริการ X USD/ชั่วโมง สำหรับแบนด์วิดท์เฉพาะที่วัดเป็น Mbps)
2. Pay-By Traffic (คิดค่าบริการตามจำนวนข้อมูลที่โอนถ่ายจริงในหน่วย GB)

ค่าบริการการรับส่งข้อมูลเครือข่ายใช้กับการรับส่งข้อมูลใด ๆ ที่เข้าและออกจากอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ยกตัวอย่างเช่น:
1. Server load balance (SLB)
2. ECS instances
3. Elastic IP (EIP)

เข้าไปดูที่ Data Transfer Plan เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและวางแผนชำระเงินล่วงหน้าสำหรับแบนด์วิดท์จำนวนหนึ่ง แล้วแชร์ระหว่างอินเทอร์เฟซเครือข่ายหลายตัว
Data Transfer Plan มีทั้งแบบรายเดือนหรือรายปี และสามารถมีขนาดตั้งแต่ 50 GB ถึง 50 TB

Data Transfer Plan จะช่วยเราประหยัดเงินได้อย่างไร?
ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ Pay-By-Bandwidth หรือ Pay-By-Traffic ลองพิจารณาทั้งสองกรณีนี้ สมมติว่าเรามีอินสแตนซ์ ECS เดียวในสิงคโปร์ พร้อม IP Public
กรณี Pay-By-Traffic
สมมติว่าเราใช้ Pay By Traffic และพบว่าปริมาณการใช้ข้อมูลเฉลี่ยของเราอยู่ที่ประมาณ 10 Mbps ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน
10 Mbps ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 30 วัน จะอยู่ที่ประมาณ 3,164 GB ราคาต่อ GB ในสิงคโปร์คือ 0.081 USD สำหรับต้นทุนรวม 256.28 USD

กรณี Pay-By-Bandwidth
สมมติ Pay-By-Bandwidth สำหรับ 6 Mbps ขึ้นไป ค่าใช้จ่าย “per-Mbps” คือ 0.021 USD/ชั่วโมง เราต้องการแบนด์วิดท์ 10 Mbps ซึ่งให้ราคา 0.21 USD/ชั่วโมง
ดังนั้น ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเราสำหรับเดือนจึงกลายเป็น 0.21 x 24 (ชั่วโมง/วัน) x 30 (วัน/เดือน) = 151.20 USD

เราประหยัดได้เท่าไหร่ด้วย Data Transfer Plan?
ยกตัวอย่างการใช้งานรายเดือนทั้งหมดของเราอยู่ที่ประมาณ 3,164 GB หรือประมาณ 3 TB สำหรับ “Overseas” Data Transfer Plan 3 TB ราคา 189.00 USD
3 TB = 3072 GB ดังนั้นเราจึงยังคงต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรับส่งข้อมูลนอกแพ็คเกจการรับส่งข้อมูลประมาณ 92 GB ที่อัตรา Pay-By-Bandwidth ซึ่งจะมีราคาประมาณ 7.45 USD สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่ากับ 196.45
ซึ่งถูกกว่า Pay-By-Traffic แต่แพงกว่า Pay-By-Bandwidth เล็กน้อย ลองขยายการใช้งานของเราออกไปเป็นปีเต็ม และดูว่าค่าใช้จ่ายเปรียบเทียบกันอย่างไร เนื่องจาก Data Transfer Plan จะเรียกเก็บเงินตามปริมาณการใช้งานทั้งหมด เราจึงต้องขยาย 3164 GB ของเราเป็นปีเต็ม สำหรับ 3164 x 12 = 37968 GB หรือประมาณ 37 TB ไม่มีแผนการถ่ายโอนข้อมูล 37 TB แต่เราสามารถซื้อ Data Transfer Plan เพิ่มได้ สมมติว่าเราซื้อ Data Transfer Plan 8 x 5 TB ทั้งหมด 40 TB:

ค่าใช้จ่าย Pay-By-Traffic 1 ปี: 3075.36 USD
ค่าใช้จ่าย Pay-By-Bandwidth 1 ปี: 1814.40 USD
Data Transfer Plan 1 ปี (40 TB): 2472.00 USD

เราจะเห็นได้ว่า Data Transfer Plan มีราคาถูกกว่า Pay-By-Traffic แต่แพงกว่า Pay-By-Bandwidth

แล้วเราควรใช้ Data Transfer Plan ตอนไหนล่ะ?
Data Transfer Plan ควรใช้ตอนเมื่อเราต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย Pay-As-You-Go (Pay-By-Traffic) network ยกตัวอย่างเช่น:
1. สถานการณ์ที่เราใช้งาน public network interfaces บ่อยๆ
2. สถานการณ์ที่เรามีการใช้งานแบบ Pay-As-You-Go network traffic จำนวนมาก (PAYG ECS instances with public IPs)
3. สถานการณ์ที่เราสามารถประเมินการใช้ Bandwidth รายเดือนหรือรายปีโดยประมาณได้

นอกเหนือจากการเลือกวิธีการเรียกเก็บเงินแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ ในการประหยัดค่าใช้จ่าย ได้แก่:
1. การเลือกกลุ่ม ECS Instances ที่เหมาะสมกับปริมาณงานของคุณ
2. ใช้ประโยชน์จากระบบอัตโนมัติเพื่อควบคุมการใช้ทรัพยากร (Auto Scaling)
3. การย้ายปริมาณงานบางส่วนออกจาก ECS และบริการอื่นๆ เช่น Function Compute, API Gateway หรือ OSS

Facebook

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น